เพลงประกอบละคร ost. ธิดาวานร เรื่องย่อ ธิดาวานร ฟังเพลงประกอบละคร ธิดาวานร

ฟังเพลงประกอบละคร ost. ธิดาวานร ดู mv ที่นี่

ดูทีวีช่อง 7 คลิ๊กที่นี่

 


บทประพันธ์ : วรพันธ์ รวี
บทโทรทัศน์ : วรพันธ์ รวี
กำกับการแสดง : ประทุม สินธุอุส่าห์
ละครก่อนข่าว ออกอากาศทุกวันจันทร์ - อาทิตย์ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 7 สี

          ธิดา วานรเป็นเรื่องแฟนตาซีแนวหนังวอลท์ดิสนี่เพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ เช่นผืนป่า ต้นไม้ ลำธาร และสัตว์ทั้งหลายในป่า ต้องการให้คนที่ชมเรื่องนี้ เกิดความรักธรรมชาติ และสนใจเรื่องภาวะโลกร้อน เพราะการรักษาดูแลธรรมชาติคือสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้ลดภาวะโลกร้อน ป้องกันการเกิดภัยธรรมชาติ เช่นน้ำท่วม เป็นการเดินเรื่องราวผจญภัยของเด็กน้อยจนเป็นสาวชื่อเมงกาเลียที่มาพลัดหลง อยู่ในป่า จนกระทั่งออกจากป่าและได้พบกับสิ่งเลวร้าย จนในที่สุดพบครอบครัวอันเป็นที่รักคือพ่อและปู่ เพื่อเพิ่มความสนุกสนานของการนำเสนอ

          หนูน้อยเมงกาเลีย วัยห้าขวบลูกสาวของ นายดำรง เศรษฐีหนุ่มหล่อภาคเหนือกับภรรยาสาวสวยชื่อ บัวบาน เมงกาเลียมีพี่เลี้ยงชื่อ ละเอ มาจากอีกฟากฝั่งของแม่น้ำเมยที่เชียงราย ละเอจงรักภักดีต่อคุณหนูของเธอมาก ตั้งชื่อเล่นให้หนูน้อยว่าเมงกาเลีย แต่ชื่อจริงคือกาสะลอง ละเอค่อนข้างออกแนวไสยศาสตร์ ทำนายทายทักและมีสัมผัสที่หกแต่ทุกคนก็ไม่ขำ ไม่ค่อยเชื่อคำพูดของละเอ ละเอบอกให้บัวบานระวังตัวจะโดนแย่งของรักและตกอยู่ในอันตรายทั้งบัวบานและเม งกาเลียไม่มีใครเชื่อ

          ดำรงเข้ากรุงเทพไปติดต่อธุรกิจโดยที่ไม่ได้พาภรรยาและลูกสาวไปด้วย ดำรงได้พบกับนาถยา หม้ายสาวลูกติดชื่อ เอมฤดี อายุไล่เลี่ยกับเมงกาเลียแก่กว่าสักสองปี นาถยาหวังหาที่พึ่งเพื่อเป็นหลักให้เธอและลูกสาว โดยไม่สนใจว่าดำรงจะมีภรรยาและลูกแล้ว ทำแกล้งมาทางเหนือเพื่อมาติดต่องานกับดำรง และฉวยโอกาสมอมยาดำรง และกลายเป็นภรรยาน้อยของดำรงสำเร็จ จากนั้นนาถยาก็เริ่มแผนการขั้นที่สอง คือเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน แสร้งทำตัวอ่อนน้อมน่าสงสารกับบัวบานที่พูดไม่ออก แต่ทำเฉพาะต่อหน้าดำรงเท่านั้น พอลับหลังก็หลอกล่อพูดจาทิ่มแทงให้บัวบานเสียใจเตลิดออกจากบ้านไปเพื่อจะไป บ้านบนภูเขาที่บัวบานกับดำรงมักพาลูกไปเที่ยวพักผ่อนที่นั่น นาถยาแอบจ้างคนมาตัดสายเบรกให้เกือบขาดเพื่อให้ดูเป็นอุบัติเหตุ

          บัวบานขับรถเสียใจมุ่งหน้าขึ้นเขา ในที่สุดเบรกรถก็ขาดรถเสียหลักตกเขากลิ้งหายลงไปในเหวบัวบานหายตัวไป ดำรงส่งคณะผู้เชี่ยวชาญตามหาบัวบานนานนับเดือนได้แต่กู้ซากรถที่แหลกเละเทะ ทั้งคันกลับคืนมา แต่ไม่มีวี่แววของบัวบานทำให้นาถยาดีใจมาก เริ่มแผนขั้นที่สามต่อไปด้วยการแต่งงานกับกับดำรง ละเอพยายามเตือนดำรงให้ระวังว่าเมงกาเลียกำลังตกอยู่ในอันตราย และจะมีชะตากรรมเหมือนกับบัวบาน ละเอกลับโดนดำรงดุว่าเหลวไหล นาถยาทำดีกับดำรงเอาอกเอาใจ นานวันเข้าดำรงยอมรับนาถยาเป็นภรรยาออกหน้าออกตา ยกเว้นจดทะเบียนสมรสเพราะดำรงต้องการรอว่าบัวบานอาจยังไม่ตายจึงให้นาถยารอ ไปสิบปี

          นาถยา แกล้งทำรักใคร่เมงต่อหน้าผู้คน พอลับหลังให้ลูกสาวคือเอม รังแกเมงเสมอๆ ละเอพยายามบอกดำรง ดำรงก็หาว่าละเอใส่ร้ายนาถยา นาถยาวางแผนขั้นที่สี่ต่อไปด้วยการให้เมงมีอันเป็นไปเหมือนกับบัวบาน ตลอดเวลาละเอเคยพยายามใช้สัมผัสที่หกตามหาบัวบาน ละเอมักฝันร้าย ในฝันเห็นบัวบานโดนเสือคาบไปกิน

          ต่อมาวันหนึ่ง นาถยาแกล้งบอกให้ดำรงจัดให้ละเอข้ามกลับบ้านไปเยี่ยมญาติ และหาทางให้ดำรงไปติดต่อธุระที่กรุงเทพและรับอาสาดูแลเมงเอง พอทุกคนไปกันหมดแล้วนาถยาก็จับเมงใส่รถเอาไปปล่อยไว้ในป่าแล้วหนี เมงเดินสะเปะสะปะร้องไห้อยู่ในป่าจนมืดค่ำ

          ในวันเดียวกันนั้น พนา อายุแปดถึงสิบขวบ กับ นายพินิจ และ นางอรุณี นักธุรกิจอัญญมณีชื่อดังทางภาคเหนือ ได้เดินทางโดยใช้รถไฟ เพราะต้องการเลี่ยงหลบจาก นายคำรณ มาเฟียที่จะพยายามฉกเพชรสีชมพูหลายสิบกะรัตของพวกเขา ทั้งสองเอาเพชรสีชมพูใส่ลูกเทนนิสติดกาวแนบเนียนมากแล้วใส่ไว้ในเป้ของลูก ชาย สั่งให้สะพายเป้ติดหลังไว้ตลอดเวลาห้ามปลดออกเด็ดขาด พนาเชื่อฟังอย่างดี ขณะนั่งรถไฟมากลางทางที่เป็นป่าก็เกิดเหตุรถไฟเกิดเสียหลักไถลออกนอกรางใน ตอนกลางคืน ผู้คนบาดเจ็บกันมากมายต่างหาทางออกจากรถไฟ พนาหลุดออกมาได้ตามหาพ่อแม่ และพลัดหลงไปในป่า ส่วนพ่อแม่ปลอดภัยตามหาพนาไม่พบ

          พนาเดินสะเปะสะปะไปในป่า ขณะที่เมงก็เดินร้องไห้ ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย และก่อนที่จะหลงนาถยาสั่งให้มาตามหาแม่ แม่ของเมงตกลงไปในเหวให้ไปหาในเหว เมงจึงมายืนมองที่เหวแห่งหนึ่งที่คิดเอาเองว่าแม่คงตกลงไปตรงนี้ เมงปีนไปที่กิ่งไม้ซึ่งยื่นไปในเหวมองลงไปตกใจกลัวร้องไห้จะกลับเข้ามาก็ กลับไม่ได้ เมงร้องไห้จ้าดังลั่น พนาซึ่งเดินหลงมาได้ยินเสียงร้องของเด็กจึงวิ่งไปดู พนาเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังไต่อยู่บนกิ่งไม้ที่ยื่นไปในหน้าผา พนาตกใจมากกลัวก็กลัวสงสารเด็กก็สงสาร ในที่สุดพนาก็ตัดสินใจไต่ไปที่กิ่งไม้ใกล้ๆ กันเพื่อช่วยเด็กหญิง แต่เป้ของพนาเกะกะมากและไปเกี่ยวกับกิ่งไม้หลุดไปจากหลัง พนาเอื้อมมือจะไปช่วยเด็กหญิง เด็กหญิงไม่เข้าใจโผมาหาแล้วพลัดตกลงไปเบื้องล่าง พนาตกใจมากเกาะแน่นอยู่กับกิ่งไม้โทษตัวเองว่าเขาทำให้เด็กหญิงตกเหวตาย แต่เมงกลับตกลงไปติดอยู่ที่กิ่งไม้อีกต้นที่อยู่ต่ำลงไปอีกและเกาะร้องไห้ อยู่เช่นนั้น

          ในป่านั้นเอง พรานเส็ง ได้พาพวกเข้ามาจับสัตว์ในป่าไปเพื่อเอาไปขาย มุ่งจับเฉพาะสัตว์ตัวลูกแล้วจะฆ่าแม่ แม่ลิงตัวหนึ่งโดนยิงบาดเจ็บเพราะไม่ยอมให้จับลูก ในที่สุดก็โดนแย่งลูกไปจนได้ แม่ลิงตามไปอีกโดนยิงล้มลงตามไม่ทันจึงถอยกลับมาเสียใจตีอกชกหัวร้องไห้เอา สมุนไพรรักษาตัวเอง แม่ลิงไปนั่งซุกอยู่บนกิ่งไม้ต้นเดียวกับที่เมงนั่งเกาะร้องไห้อยู่ แม่ลิงเห็นเมงเกิดความคิดถึงลูกมองว่าเมงเป็นลูกน้อยที่โดนจับไปมาแทนที่ลูก ได้จึงเข้าไปช่วยเหลือพาเมงไปดูแล

          ส่วนพนาเมื่อฟ้าสางแล้วพ่อ แม่ และคณะติดตามหาพบพนาเกาะกิ่งไม้อยู่จึงเข้าช่วยเหลือ แต่ไม่พบเป้ของพนา พนาบอกว่าตกลงไปในเหวลึกแล้ว พ่อ แม่จึงทำใจว่าคงไม่มีโอกาสพบอีก ส่วนเรื่องเด็กหญิงที่พลัดตกลงไป พนาไม่ได้บอกใครเพราะกลัวความผิด และคิดว่าบางทีเมงอาจจะรอด ตลอดมาพนามักฝันร้ายถึงเด็กหญิงคนนั้นเช่นเดียวกันกับเมงที่ฝันดีถึงพนาตลอด มา

          ดำรง เสียใจมากนาถยาอ้างว่าไม่รู้ว่าเมงหายไปไหน คงวิ่งหนีออกไปเล่นนอกบ้าน นาถยาทำเป็นร้องไห้ร้องห่มที่ตามหาเมงไม่พบ ดำรงต้องเข้าไปปลอบ ฝ่ายละเอกลับมาจากฝั่งโน้น แอบไปฝึกวิชาอาคมเพิ่มมาอีกใช้สัมผัสที่หกพยายามติดต่อกับบัวบานและเมง ละเอบอกว่าเมงยังไม่ตาย ดำรงมีความหวังแต่นาถยาไม่เชื่อพร้อมกับแอบด่าว่าละเอหาว่าเพ้อเจ้อ

          สิบปีต่อมา นาถยาคาดคั้นให้ดำรงจดทะเบียนด้วยสักที ดำรงตกลง แต่คืนนั้นเองดำรงก็ฝันถึงบัวบานและเมงกาเลียมาอ้อนวอนร้องไห้ตรงหน้าและ บอกว่ากำลังจะกลับมาในไม่ช้า เช้าขึ้นดำรงจึงเปลี่ยนใจโดยไม่บอกสาเหตุกับนาถยาแต่บอกว่าขอเวลาอีกสามปี นาถยาไม่พอใจมากสงสัยว่าละเอแอบพูดอะไรหรือเปล่าจึงทำให้ดำรงปลี่ยนใจ

          สิบปีต่อมาสำหรับ เมงกาเลีย กลายเป็นเด็กสาวสวยงามแต่โดนความมอมแมมบดบังจนดูคล้ายปีศาจตัวน้อยๆ เมงสามารถพูดจากับสัตว์และสื่อสารกับสัตว์ ห้ามสัตว์ทะเลาะกัน นำฝูงงู ฝูงช้าง ฝูงนก ฝูงแมลงไปต่อสู้ขับไล่ผู้บุกรุกป่า เมงรักแม่ลิง รักต้นไม้ทุกต้นรักป่าและลำธาร เมงจึงมักมีปัญหากับพวกนายพราน โดยเฉพาะพรานเส็งที่แก่ลงไปมากแต่ยังชอบพาคนมาจับสัตว์ไปขายต่างชาติบ้าง เอาไปเล่นละครสัตว์บ้าง นักมายากลบ้างนอกจากพวกนายพรานดังกล่าว ยังมีพวกมาเฟียคำรณหาเพชรสีชมพูของพินิจพ่อพนาอีก

          คนพวกนี้เคยเห็นเมง สนใจเมงมาก ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรกันแน่ บ้างก็ว่าเป็นปีศาจ บ้างว่าเป็นมนุษย์โบราณที่หลงเหลืออยู่ แต่สรุปแล้วทุกคนต่างต้องการจับตัวเมงไปทั้งนั้น จับไปขาย จับไปเล่นละครสัตว์ จับไปสอบถามหาเพชรสีชมพู

          ยกเว้นพวกชาวบ้านตามราวป่า ที่หาว่าเมงคือภูตผี เพราะบางวันเมงติดตามพวกฝูงสัตว์มาเที่ยวราวป่า บางวันก็ขี่ช้างมา บางวันก็ไต่ต้นไม้มากับพวกลิง บางครั้งพบอาหารแปลกๆ ก็ทดลองกินจนหมด ชาวบ้านต่างหวาดกลัวจนต้องไปหาหมอผีมาไล่ผีประหลาด แต่ไม่เคยมีใครไล่สำเร็จหรือทำให้เมงพ่ายแพ้ เมงนั้นวันดีคืนดีมักได้ยินเสียงเรียกมาจากที่ไกลๆ ว่าเมงกาเลีย จนเมงจำคำว่าเมงกาเลียได้แม่นยำและมักพูดคำนี้ออกมาเสมอแต่ไม่มีใครเข้าใจ ความจริงเสียงนั้นคือเสียงของละเอที่พยายามส่งโทรจิตให้เมงนั่นเอง

          ทางฝ่าย บัวบานแม่ของเมง โดนเสือกินเข้าไปและสิงอยู่ในร่างเสือ และจิตใจยังคิดถึงลูกเสมอจึงพยายามวนเวียนตามหาเมง และได้พบว่าเมงอยู่กับแม่ลิง วันแรมสิบห้าค่ำเดือนมืดทีไร เสือที่กินบัวบานจะกลายร่างเป็นหญิงสาวสวย เดินร้องเพลงบ้าง คอยหลอกล่อผู้คนที่คิดจะมาทำร้ายเมงบ้าง จนเลื่องลือไปทั่วว่าป่าแห่งนี้มีทั้งเสือสมิงและปีศาจประหลาด

          ส่วนพนามักชอบหาโอกาสเข้ามาในป่าแห่งนี้ ไม่ใช่เพื่อสืบหาเพชรสีชมพู แต่สืบร่องรอยของเด็กผู้หญิงที่เขาเคยพบ